มาทำความรู้จักกับประเภทของพายุและการกำเนิดพายุ

มาทำความรู้จักกับประเภทของพายุและการกำเนิดพายุ

มาทำความรู้จักกับประเภทของพายุและการกำเนิดพายุ

‘พายุ’ ในแต่ล่ะประเภทที่เกิดขึ้นในภูมิภาคต่างๆ ล้วนมีต้นกำเนิดและระดับความรุนแรงไม่เท่ากัน เพราะฉะนั้นเพื่อทำให้คุณผู้อ่านเกิดความเข้าใจมากขึ้น วันนี้เราจะมานำเสนอเรื่องราวของประเภทพายุในแต่ล่ะประเภท รวมทั้งการกำเนิดที่มีความแตกต่างกัน

มาทำความรู้จักกับ ‘พายุ’ กันก่อน

ปรากฏการณ์ทางธรรมชาติประเภทหนึ่ง ที่ส่งผลให้สภาพแวดล้อมรวมทั้งสภาพอากาศของโลกถูกรบกวน โดยก่อให้เกิดผลกระทบต่อหลายๆ ทาง ทั้งทรัพยากรธรรมชาติ, สิ่งปลูกสร้าง ตลอดจนสิ่งมีชีวิตทั้งหมดทั้งมวล ซึ่งพายุเกิดมาจากการที่สภาพอากาศเกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างรุนแรง ซึ่งมักเกิดขึ้นพร้อมๆ กับการเกิดลมกระโชก ลูกเห็บตก ฟ้าร้อง ฟ้าผ่า ฝนตกหนัก เป็นต้น

พายุ กำเนิดขึ้นมาได้อย่างไร

เกิดจากการเดินทางของกระแสลม มาจากความแตกต่างในบรรยากาศ โดยพายุมักเกิดในพื้นที่ที่มีความกดอากาศต่ำ จึงส่งผลให้เกิดกระแสลมพัดเข้าหาจุดศูนย์กลาง ส่วนอากาศที่ร้อนกว่าก็จะลอยขึ้นขึ้น ทำให้มวลอากาศในบริเวณที่ราบเกิดอุณหภูมิต่ำกว่าเข้ามาแทนที่ ส่งผลให้เกิดการหมุนเวียนของอากาศ พร้อมพัฒนาไปเป็นพายุในแบบอื่นๆ อีกมากมาย ซึ่งมีความร้ายแรงที่แตกต่างกัน

news-site-Storm-type

ประเภทของพายุ

สามารถแบ่งออกเป็น 4 กลุ่มใหญ่ๆ ได้แก่…

  • พายุฝนฟ้าคะนอง (Thunderstorm) เกิดขึ้นอาณาเขตเขตร้อนชื้น โดยเฉพาะบริเวณเส้นศูนย์สูตรของโลก ซึ่งเกิดจากเมฆขนาดใหญ่ซึ่งพอกพูนกันขึ้นมาตามแนวดิ่ง ก่อเกิดเป็นพายุที่มีทั้งลมกระโชก, ฟ้าแลบ, ฟ้าร้อง รวมทั้งมีฝนตกหนัก บางครั้งก็อาจมีลูกเห็บตกลงมาด้วย โดยประเทศไทยมักเกิดพายุฝนฟ้าคะนองอยู่บ่อยครั้ง ติดต่อกันหลายซึ่งพัฒนาไปเป็นพายุฤดูร้อน ได้อีกด้วย
  • ดีเปรสชั่น (Depression) – มีความเร็วลมต่ำสุด ในส่วนของความเร็วลมสูงสุด ไม่เกิน 63 กิโลเมตร/ชั่วโมง โดยมีลักษณะเป็นกลุ่มเมฆหมุนวนเท่านั้น กระแสลมไม่แรงเท่าไหร่ หากแต่สามารถทำให้เกิดฝนตกหนักติดต่อกันหลายวันได้
  • พายุโซนร้อน (Storm) – เกิดขึ้นในทะเลและเคลื่อนที่เข้าหาฝั่ง มีความเร็วลมไม่เกิน 118 กิโลเมตร/ชั่วโมง ส่งผลให้เกิดลมกระโชกแรงมาพร้อมฝนตกหนัก
  • ไต้ฝุ่น (Typhoon) หรือ เฮอร์ริเคน (Hurricane) มีชื่อเรียกต่างกันตามสถานที่เกิด มีความเร็วลมสูงกว่า 118 กิโลเมตร/ชั่วโมง เห็นตาพายุได้อย่างชัดเจน บริเวณตาพายุจะมีอากาศโปร่งใส กระแสลมสงบ ซึ่งแตกต่างกับรอบนอก โดยมีความรุนแรงมากถึงขั้นถล่มสิ่งปลูกสร้างให้ราบเป็นหน้ากลองได้เลยทีเดียว
  • พายุทอร์นาโด (Tornado) – โคตรแห่งพายุ มีขนาดเส้นผ่านศูนย์เล็ก ประมาณ 50 – 500 เมตร เท่านั้นเอง หากแต่ในเรื่องของความเร็วลมน่าสะพรึงมาก เพราะรุนแรง ตั้งแต่ 300 – 500 กิโลเมตร/ชั่วโมง พายุทอร์นาโดเกิดจากการปะทะกันของอากาศร้อนและจำนวน 90% เกิดขึ้นบนบก มีความเร็วลมมหาศาล จนกระทั่งเกิดลมหมุนเป็นเกลียวขนาดใหญ่ จนถึงขนาดพัด อาคารบ้านเรือนต่างๆ ลอยขึ้นไปบนอากาศได้ นอกจากนี้ยังเป็นพายุที่แปรปรวนก่อตัวอย่างรวดเร็ว อีกทั้งยังสามารถคาดเดาได้ยาก อย่างไรก็ตามคุณสมบัติอีกประการหนึ่งที่น่าสนใจของพายุทอร์นาโด ก็คือ อาละวาดเพียง 1 – 2 ชั่วโมง เท่านั้น หากแต่ด้วยความรุนแรงของพายุ รวมทั้งความไม่แน่นอนในการพัฒนาความอันตราย จึงทำให้พายุทอร์นาโด จัดว่าเป็นพายุที่มีความร้ายแรงมากที่สุด

โดย ‘พายุ’ จัดเป็นปรากฏการณ์ทางธรรมชาติประเภทหนึ่ง ที่ไม่ได้เกิดขึ้นบนโลกของเราเท่านั้น หากแต่บนดาวเคราะห์ดวงอื่นในระบบสุริยะก็สามารถเกิดพายุได้เช่นเดียวกัน เช่น ดาวเสาร์, ดาวอังคาร, ดาวพฤหัส เป็นต้น ซึ่งก็ต่างมีพายุก่อตัวขึ้นมาได้ทั้งนั้น โดยบนดาวพฤหัสปรากฏจุดสีแดงขนาดใหญ่ขึ้นมา ซึ่งจุดสีแดงนี้ คือ ร่องรอยของพายุหมุน ซึ่งมีความกว้างกว่า 25,000 กิโลเมตร อีกทั้งยังคงอยู่บนดาวพฤหัสมากอย่างยาวนานกว่า 340 ปีแล้ว

No Comments